“มูลนิธิดำรงชัยธรรม” ครบรอบ 18 ปี แห่งการมอบโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทย ผ่านโครงการ “ทุนสร้างคน สร้างบัณฑิต”

Blog Single

เป็นระยะเวลากว่า 18  ปีแล้วที่  “มูลนิธิดำรงชัยธรรม”  ที่ก่อตั้งตามเจตนารมย์ของ คุณไพบูลย์        ดำรงชัยธรรม  ประธานกรรมการ  บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)   ได้มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ  “ทุนสร้างคน สร้างบัณฑิต” โดยมีแนวคิดหลักในการดำเนินงานว่า      “ไม่ใช่แค่ให้โตได้   แต่อยากให้โตดี”   เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องครบวงจรจนจบปริญญาตรีให้กับเยาวชนไทยที่ตั้งใจเรียน   มีความประพฤติดี   กิจกรรมเด่น  แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา    โดยทางมูลนิธิดำรงชัยธรรมเล็งเห็นความสำคัญในการให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันของเยาวชนมาโดยตลอด  ดังนั้นทุนการศึกษาที่มอบให้กับเยาวชนจะครอบคลุมในทุกส่วนที่มีความจำเป็นต่อการศึกษาและการดำรงชีพ ได้แก่   ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าที่พัก ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น โดยทางมูลนิธิไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องกลับมาตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้เป็นคนดีของสังคมและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นต่อได้

          โดยนักเรียนทุนที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นนักเรียนทุนที่ดี ดังแนวคิด "ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี" เรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเอง และเสริมสร้างพัฒนาบุคลิกภาพ รู้จักความแตกต่างแต่ละคนเรียนรู้การปรับตัว ยอมรับ เห็นคุณค่าของคนอื่น     เห็นอกเห็นใจคนอื่น เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนทุนด้วยกัน และนักเรียนทุนกับมูลนิธิ

          ปัจจุบันมูลนิธิมีนักเรียนทุนซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตคุณภาพออกสู่สังคมได้เป็นผลสำเร็จแล้วทั้งหมด 14 รุ่น จากหลากหลายสถาบันชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล,  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฯลฯ  และได้ออกไปต่อยอดให้สังคมแล้วในหลากหลายอาชีพ  อาทิ แพทย์,    วิศวกร, เภสัชกร, อาจารย์ ฯลฯ จำนวน 365 คน  รวมมอบทุนไปแล้ว 747 ทุน โดยทุนการศึกษาที่ทางมูลนิธิมอบมาตลอด 18 ปี มีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท

 

นาย อนุสรณ์ สุขสุด (นุ) บัณฑิตทุนรุ่น 14/2558  จบการศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาเคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เกียรตินิยมอันดับ 1 เปิดเผยว่า

“คำสอนของคุณไพบูลย์ ตั้งแต่วันมอบทุนการศึกษาผมยังจำได้ดี “ไม่ต้องตอบแทนหรือระลึกถึงบุญคุณผมมากก็ได้ แต่อยากให้เมื่อได้รับโอกาสและเรามีกำลังพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ให้ทำ    ผมช่วยได้ 10 คน คน 10 คนช่วยต่อได้คนละ 10 เป็น 100 มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีแต่คนดีๆ ในสังคม” การพบท่านทำให้ผมได้เรียนรู้ในการรู้จักให้ การเป็นผู้ให้จะทำให้เราเจริญเพราะมือของผู้ให้อยู่สูงกว่าผู้รับเสมอ   ภูมิใจและดีใจมากที่ได้มีโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทำให้พ่อและแม่มีความสุขและมองเห็นเส้นทางที่จะเดินต่อไปในอนาคตอันใกล้ การวางแผนอนาคตหลังจากเรียนจบในคณะครุศาสตร์  สาขาเคมี กระผมเลือกที่จะเตรียมตัวสอบบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งจะประกาศผลเร็วๆนี้ หากผ่านการคัดเลือกจะได้เริ่มเส้นทางสายราชการ หากไม่ผ่านก็จำเป็นต้องทำงานสายการสอนเป็นพนักงานอัตราจ้างเพื่อรอการสอบในรอบต่อไป  การเรียนต่อในระดับปริญญาโทก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำให้ได้ ซึ่งจะต่อในด้านการศึกษา เพราะกระผมเลือกจะทำงานในสายการสอนมัธยมศึกษา
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จในระยะเวลาอันใกล้คือต้องบรรจุเข้ารับราชการให้ได้ในเร็ววัน”

 

นาวสาวศุภวรรณ ศรีสุข (หวา) บัณฑิตทุนรุ่น 14/2558 จบการศึกษาจากคณะคุรุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  เปิดเผยว่า

"รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวดำรงชัยธรรมที่ไม่ใช่ให้เพียงทุนการศึกษา แต่ยังปลูกฝังการช่วยเหลือสังคมและตอบแทนสังคมที่ตนเองอยู่   หากไม่ได้รับทุนจากมูลนิธิดำรงชัยธรรมคงจะไม่มีโอกาสในการศึกษาจนจบปริญญาตรี และคงไม่มีบ้านของตัวเองเพราะการที่ได้รับทุนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ท่านสามารถเก็บเงินเพื่อสร้างบ้านของตัวเองได้ หลังจากสำเร็จการศึกษาสิ่งที่จะตอบแทนคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม คือการช่วยเหลือสังคมให้ได้มากที่สุด ตามเจตนารมย์ที่ท่านสอนเสมอว่า ให้พวกเราไปช่วยเหลือคนอื่น ให้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง"

 

นางสาวขจิตธรรม พาทีไพเราะ (ปุ้ม) บัณฑิตทุนรุ่นที่ 11/2552 จบการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาชีวเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 2 เปิดเผยว่า

"ขอขอบพระคุณคุณไพบูลย์ คณะกรรมการ และพี่ๆผู้ดูแลนักเรียนทุนทุกท่าน สำหรับเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งรู้สึกโชคดีมากค่ะที่ได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่จากคุณพ่อไพบูลย์และมูลนิธิดำรงชัยธรรมมากว่า 7 ปี หากไม่ได้รับโอกาสที่ดีในวันนั้น คงไม่มีดิฉันในวันนี้  มูลนิธิดำรงชัยธรรมไม่ใช่เพียงมอบโอกาสทางการศึกษาแต่เป็นครอบครัวหลังใหญ่ เป็นบ้านที่มอบทั้งความรักความอบอุ่นให้พวกเราเสมอ วันนี้เมล็ดพันธุ์สามารถเจริญเติบโตเป็นต้นกล้า พร้อมที่จะแผ่ขยายไปทั่วทุกถิ่นฐานบ้านเกิด ดิฉันขอเป็นตัวแทนของคุณพ่อ จะนำความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด ส่งต่อโอกาสที่มีค่านี้ให้แก่ผู้ที่ด้อยกว่า ร่วมเป็นกำลังสำคัญเป็นคนรุ่นใหม่ ที่คิดดี ทำดี ให้สมเจตนารมณ์ของคุณพ่อที่ต้องการให้พวกเราเป็นคนดีของสังคมและ  ไม่ลืมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป  ความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญ ที่จะทำให้ดิฉันสามารถพัฒนาตนเองและยืนหยัดอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง ดิฉันจะเป็นบัณฑิตที่โตได้และโตดี  ขอสัญญาว่าต้นกล้าต้นนี้จะแข็งแรงและแผ่ขยายร่มเงาไปทุกทิศด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งตราบนานเท่านาน"

 

          นายขจรศักดิ์ เหมทานนท์ (นิค) บัณฑิตทุนรุ่น 11/2552  จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เปิดเผยว่า 

“ก่อนที่ผมจะได้รับโอกาสจากมูลนิธิดำรงชัยธรรม ชีวิตของผมค่อนข้างลำบากครับ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือเรื่องเงินทอง เพราะที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีครับ จนเมื่อผมได้ทราบว่าตัวเองได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิดำรงชัยธรรม สำหรับผมโอกาสในครั้งนี้เป็นโอกาสที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตครับ ผมมีอนาคตที่ดีขึ้นได้เพราะสื่งที่มูลนิธิดำรงชัยธรรมมอบให้ จากวันนั้นเป็นต้นมา จึงทำให้ผมมุ่งมั่นและมุมานะที่จะเรียนหนังสือและสานฝันของตัวเองให้เป็นจริงเพื่อการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต สำหรับผมอยากจะหาคำพูดที่มากกว่าคำว่าขอบคุณ ขอบคุณที่มอบโอกาสสำคัญให้ชีวิตของพวกเราครับ”

Related Posts: