ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ด้วยการบริจาคดวงตา ในโอกาสครบรอบ 50 ปีศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย

Blog Single

ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2508 สภากาชาดไทย  พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาและบริจาคดวงตาสภากาชาดไทยชุดแรก ซึ่งต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานคำขวัญเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้แสดงความจำนงอุทิศดวงตา  ความว่า “ดวงตาเราคู่นี้แสนมีค่า เกินกว่าจะทิ้งให้สูญเปล่า  เราไม่อยู่เราไม่ใช้นัยน์ตาเรา ให้คนเขาเก็บไว้ใช้เราได้บุญ”  

จากอดีตถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลา 50 ปีแล้ว ที่ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ยังคงปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์  โดยมีภารกิจหลักคือการจัดหาและบริการดวงตาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยกระจกตาพิการทุกรายที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย โดยกิจกรรมสำคัญ คือ การรณรงค์จัดหาผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา กระบวนการจัดเก็บดวงตาจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ และโรงพยาบาลเครือข่ายที่ให้การรักษาและผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้กับผู้ป่วยกระจกตาพิการ  แต่จำนวนดวงตาบริจาคที่ศูนย์ดวงตาได้รับจากผู้มีจิตกุศลยังไม่สัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยที่รอคอยดวงตาเพื่อนำมาผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ทำให้ผู้ป่วยที่รอคอยความหวังมีจำนวนสะสมมากขึ้นทุกปี และยังคงมีผู้ป่วยที่รอการผ่าตัด ณ ปัจจุบันเป็นจำนวน 8,848 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558)

รองศาสตราจารย์    อรุณีประภา หอมเศรษฐี ประธานอนุกรรมการการประชาสัมพันธ์ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย   เปิดเผยว่า  “นับเป็นระยะเวลานานนับ 10 ปีแล้วที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มาโดยตลอด  ที่ให้การสนับสนุนศิลปิน / นักแสดงในสังกัด มาเป็นพรีเซ็นเตอร์  อาทิ   คริสติน่า อากีล่าร์ ,  นิโคล เทริโอ ,  แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น , รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์   , กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ , โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์  ฯลฯ  เพื่อร่วมรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคดวงตากับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย   ปีนี้ครบรอบ 50 ปีของศูนย์ดวงตาได้เชิญผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายก็คือคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม  แกรมมี่และคุณเตช บุนนาค  ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยฝ่ายบริหาร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์   เพื่อจะเป็นเกียรติประวัติของทั้งสองหน่วยงานและเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่น ๆ ของสภากาชาดไทย  ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการรับบริจาคดวงตาเพื่อมาช่วยเหลือผู้ป่วย   

นอกจากนี้ทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคดวงตาให้กับประชาชน  เพราะในบางรายผู้ที่แสดงความจำนงบริจาค แต่ญาติกลับไม่อนุญาตให้นำดวงตาไป  จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์การบริจาคดวงตาให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งการจัดเก็บดวงตาจะต้องจัดเก็บภายใน 6 ชั่วโมงหลังเสียชีวิตแล้ว แต่หากเสียชีวิตในโรงพยาบาลที่เป็นห้องเย็นจะต้องจัดเก็บภายใน 12 ชั่วโมง   รวมทั้งการมอบใบอนุโมทนาบัตรให้กับผู้บริจาดวงตาแทนการมอบบัตรประจำตัวผู้บริจาคดวงตา เพื่อจะได้เป็นเกียรติประวัติของผู้บริจาค และสามารถติดต่อกับศูนย์ดวงตาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”

Related Posts: